#RideBigger รีวิว Ducati Scrambler 1100 รุ่นใหญ่ พร้อมใช้สอยทุกงาน

หลังจากที่ทางดูคาติ ไทยแลนด์ได้เริ่มเปิดตัวรถ Ducati Scrambler ครั้งแรก ในปี 2014 และส่งมอบรถ Scrambler รุ่นแรก คือ Scrambler800 ก็ถือว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากกับชาวดูคาทิสต้าเมืองไทย และอีกหนึ่งปีถัดมา ทางดูคาติก็เปิดตัว Scrambler น้องใหม่คือ Scrambler Sixty2  และต่อมาในปี 2017 ทางดูคาติ ก็เปิดตัวอีก 3 รุ่น คือ Scrambler Cafe Racer / Scrambler Mach 2.0/ Srambler Dessert sled รวมยอดขายสะสมเฉพาะในไทยถึงปัจจุบันเกือบ 2,000 คัน ในขณะที่ยอดขายทั่วโลกตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา มีมากกว่า 46,000 คัน

ซึ่งนี่เป็นอีกเหตุผลนึงในการพัฒนารถScrambler ต่อไป และที่ผ่านมาเมื่อต้นปี2018 ในงานมอเตอร์โชว์ทางดูคาติได้เปิดตัวรถScrambler1100 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Ducati Scrambler 1100 กับเครื่องยนต์ L-Twin,Desmodromic distribution, 2 valves ขนาด 1079 ซีซี เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นศิลปะกับงานวิศวะกรรม เพราะทางทีมออกแบบที่ประเทศอิตาลีต้องการจะรักษาเอกลักษณ์ของความเป็น Scrambler ให้คงอยู่ไว้ ซึ่งหลังจากคิดวิเคราะห์แล้วเอกลักษณ์ของรถ Ducati Scrambler ที่ทางทีมออกแบบได้แยกออกมาและต้องการคงเอกลักษณ์นี้เอาไว้ มี 4 เรื่องด้วยกัน นั่นคือ

1.ยางแบบ Knobby Tyres หรือที่คนไทยเรียกว่า ยางแบบบั้ง

2.เบาะ SCR Seat ซึ่งเบาะในสไตล์Scrambler ด้านล่างจะมีแนวโค้งๆของเบาะ

3.Drop Fuel Tank หรือถังรูปหยดน้ำ

4.Lager Handle bar แฮนด์บาร์ที่ใหญ่และกว้าง

ซึ่ง 4 อย่างนี้ เป็นเอกลักษณ์ที่รักษากันมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของรถScrambler สมัยดั้งเดิมตั้งแต่ปี 1962 ครับ

โดยคอนเซปของรถ Ducati Scrambler 1100 คันนี้ คือ #Ride Bigger ซึ่งประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบดังนี้ครับ

1.Mature คือเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เครื่องยนต์มีความจุกระบอกสูบมากขึ้นที่ 1079ซีซี แรงบอก88Nm และแรงม้าที่ 86 hp ถังน้ำมันของ Scrambler 1100 จึงมีขนาดใหญ่ขึ้น 1.5ลิตร  ขนาดฐานล้อกว้างขึ้น เบาะสูงขึ้น 20 มิลลิเมตร  แกนโช๊คหน้าขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 45 มิลลิเมตร นี่คือความใหญ่มากขึ้น

2.Advanced คือความทันสมัยที่ดูคาติดึงเอาเทคโนโลยีที่มีในปัจจุบันแทบทั้งหมดมาใส่ไว้ และการออกแบบหน้าปัทม์เรือนไมล์ใหม่ มีข้อมูลครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งเกียร์ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และRiding Mode ที่เรากำลังใช้นะครับ

3.Enjoyable คือเรื่องของความสนุกในการขับขี่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของรถ Scrambler เพราะมีระบบใหม่ๆเข้ามาช่วยไม่ว่าจะเป็นระบบครัชไฮดรอลิก โช๊คหน้าหลังที่สามารถปรับค่าความหนืดได้   จานดิสคู่ขนาด 320มิลลิเมตร และที่สำคัญคือ เครื่องยนต์ขนาด 1079 ซีซี ให้กำลังเต็มเปี่ยม 86 แรงม้า ซึ่งเพิ่มจาก Scrambler ถึง 17%  มีแรงบิดที่ 88 นิวตันเมตร ซึ่งมากกว่า Scrambler ถึง 31%

4.Refined คือความพิถีพิถันในรายละเอียด   ซึ่งรถคันนี้ มีชิ้นส่วนในเชิงโครงสร้างที่เป็นพลาสติกเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น นั่นคือ ชิ้นส่วนใต้เบาะ เฟรมของเบาะ และแอร์บ็อก  นอกเหนือจากนั้นเป็นเหล็กกับอลูมิเนียมทั้งคันไม่ว่าจะเป็นแผงข้างถังน้ำมัน ตัวซับเฟรมใต้เบาะ ปลายท่อ ก้านยึดบังโคลนหน้า ก็เป็นอลูมิเนียม จึงทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงความละเอียดปราณีตในการประกอบรถ

 

รูปลักษณ์ภายนอก และขนาดเมื่อเทียบกับคนขับ

ตัวรถ Scrambler นั้น ถือเป็นรถที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจนมากในรุ่นของดูคาตินะครับ คือ เป็นรถที่สนุก ขับขี่ง่าย ยางเป็นบั้งๆหน่อย ขี่ในเมืองสบาย ลุยทางฝุ่นก็พอไหว ออกต่างจังหวัดก็ไม่ยากเย็น  ถ้าไม่ได้เค้นที่จะขี่เร็วนักนะครับ โดยสำหรับรถรุ่น Ducati Scrambler 1100 นั้น รถมีมิติที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ทั้งความหนาและความยาวของฐานล้อ ถังน้ำมันก็ใหญ่ขึ้น และจุได้มากขึ้นอีก 1.5 ลิตร ซึ่งก็ถือว่าดูคาติเองให้มาเต็มทุกสัดส่วนครับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จานดิสหน้าแบบคู่ขนาด320 มิลลิเมตร พร้อมคาลิปเปอร์Brembo Monobloc M4.32  โช๊คหน้า Marzocchi ขนาด 45มิลลิเมตร (สามารถปรับระดับได้) ในรุ่นธรรมดา และโช๊คหน้า-หลัง Ohlins (ปรับระดับได้)ในรุ่น Sport  รวมถึงระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ให้มากับรถนั้นครบครัน

 

 

ตัวผู้ขับขี่เองสูง 175 เซ็นติเมตรครับ เบาะของรถรุ่นนี้สูง 810 มิลลิเมตร การวางเท้าเกือบเต็มเท้ามั่นใจ ท่านั่งไม่ก้มจนเกินไปกำลังสบาย ส่วนของคนซ้อนเท่าที่ถามกันมาก็ยืนยันว่าไม่เมื่อยครับ คงเพราะRiding Position การวางตำแหน่งเกียร์โยง กับแฮนด์บาร์ค่อนข้างสมดุลสำหรับการนั่งสบายๆ คนซ้อนเลยไม่ต้องก้มมากครับ

 เทคโนโลยีที่ให้มากับตัวรถ

Ducati Safety Pack (Cornering ABS + DTC) ที่จะช่วยควบคุมอาการสไลด์ของตัวรถในขณะที่เปิดคันเร่งแรงเกิน หรือขณะที่เจอสภาพถนนเปียกที่ยากต่อการควบคุม คันเร่ง

Ducati Traction Control คือระบบป้องกันการลื่นไถลในโค้ง จากการควบคุมการเปิดคันเร่ง ระบบจะช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์ครับ

Ride by Wire System คือคันเร่งไฟฟ้าที่จะปรับการทำงานตามที่ผู้ขับขี่กำหนดเพื่อควบคุมความหน่วงในการบิดคันเร่งตามสถานการณ์บนท้องถนนนั้นๆ

Connering ABS คือระบบป้องกันล้อล็อคขณะเข้าโค้ง สามารถเบรคหนักในโค้งได้ Cornering ABS จะช่วยให้การใช้เบรคหนักๆ ขณะอยู่ในโค้งนั้นเป็นเรื่องง่ายดายมากขึ้น ระบบนี้จะสามารถช่วยให้เราชะลอความเร็วโดยการใช้เบรคของตัวรถได้อย่าง เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่ารถจะเสียอาการหรือพับลงในโค้งเนื่องจากการใช้เบรคที่หนักเกินไปขณะที่รถเอียงอยู่ เหมือนที่ผ่านๆ มา

 

 

Riding Mode 3Mode ซึ่งเสมือนเรามี Map ของเครื่องยนต์ ถึง 3 Map ในคราวเดียวครับ นั่นคือ

  • Active
  • Journey
  • City

ทดสอบการขับขี่

สำหรับรถคันนี้ ล้อหน้ามีขนาด 120/70 และล้อหลัง ขนาด 180/55 เส้นทางการขับขี่วันนี้ เป็นบริเวณรอบๆเกาะรัตนโกสินทร์ครับ โดยก่อนหน้าที่จะเริ่มทดสอบรถได้มีฝนตกลงมา แต่เมื่อถึงเวลาเริ่มทดสอบขับขี่ แม้ฝนจะหยุดไปแล้ว แต่พื้นถนนก็ยังคงเปียกชื้น และมีน้ำขังบางส่วน ทำให้ทางผมเองได้ลองใช้โหมดการขับขี่ที่หลากหลายมากขึ้นครับ

 

 

เริ่มต้นที่โหมด Active สำหรับโหมดนี้เครื่องยนต์จะตอบสนองเต็มที่ และตัวคันเร่งไฟฟ้าเองก็จะไวมากครับ ตอนลองเร่งดูรับรู้ได้ถึงแรงบิดที่ยังมีเหลืออีกมาก ผู้ขี่ต้องโหนตัว เกร็งแขนเล็กน้อย เพื่อทำความคุ้นเคยกับตัวรถ ถือว่าเป็นรถที่ยังมีกำลังเหลือเฟือ ทำให้ผมเองคิดถึงการนำรถคันนี้ไปใช้เดินทางต่างจังหวัดขี่ไกล ๆ น่าจะสะดวกสบาย เปิดคันเร่งก็ได้กำลังเครื่องยนต์ที่ดีมาก ขับสนุกและไม่เหนื่อยแน่นอนครับ

เจอแอ่งน้ำขัง ลองปรับมาโหมด City  สำหรับโหมดนี้ ชื่อโหมดก็บอกอยู่แล้วว่าขี่ในเมืองนะครับ คันเร่งไฟฟ้าลดความไวลงครับ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ ตัวผมเองรู้สึกมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น ทุกโค้งที่เราขี่ผ่านไปแม้จะมีแอ่งน้ำขัง รถก็ไม่มีเสียอาการ

 

 

ต้องบอกเพิ่มอีกนิดว่า บาลานซ์รถในระหว่างเข้าโค้งรู้สึกขี่ง่ายมากครับ เป็นรถที่มีสมดุลย์ที่ดี แม้รถจะมีน้ำหนัก 206 กิโลกรัม(รวมของเหลว) แต่เวลาที่ล้อหมุนไปแล้วไม่หนักเลยจริงๆครับ

ความร้อนของเครื่องยนต์

รีวิวรถดูคาติทั้งที จะไม่พูดถึงเรื่องความร้อนของรถเลยคงไม่ได้ครับ  และเป็นโอกาสที่ดีเพราะการทดสอบครั้งนี้เราขี่ในเมือง ซึ่งเจอรถติดอยู่ตลอดครับ กับเครื่องยนต์ขนาด 1100 ซีซี ผมขอแจ้งเลยครับ ว่าร้อนครับ เฉพาะตอนที่จอดติดไฟแดงครับ แต่ทนได้ มันเป็นความร้อนแบบแผ่ไอร้อนขึ้นมาครับ ผู้ขับขี่สามารถเขยิบตัวเพื่อหลบได้บ้าง แต่ที่แน่ๆ ลุ้นให้รถเคลื่อนที่จะดีที่สุดครับ เย็นสบายกว่าเยอะเลย

 

 

ค่าบำรุงรักษา และระยะเซอร์วิสรถ

การรับประกัน Warranty ทางดูคาติให้ทั้งหมด 24 เดือน โดยไม่จำกัดระยะทางครับ ขี่ไปเลยครับ ทะลุแสนกิโลเมตร ถ้าไม่เกิน2ปี ดูคาติดูแลให้ ส่วนการเช็คระยะตามคู่มือแจ้งไว้ที่ทุก 12,000 กิโลเมตร ครับ

 

 

โดยรุ่นรถที่จำหน่ายในไทยมีทั้งหมด 3 รุ่น พร้อมราคาในแต่ละรุ่นดังนี้ครับ

DucatiScrambler 1100 ราคา 559,900 บาท

Ducati Scrambler 1100 Special ราคา 599,900 บาท

Ducati Scrambler 1100 Sport ราคา 609,900 บาท

 

Ducati Scrambler 1100 เครื่องยนต์ขนาดใหม่ 1,079 ซีซี 86 แรงม้า มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Traction Control ช่วยควบคุมอาการสไลด์ของตัวรถในขณะเปิดคันเร่งหรือขณะเจอสภาพถนนเปียกลื่น ระบบ Cornering ABS เพิ่ม ความปลอดภัยระหว่างการเบรคขณะอยู่ในโค้ง และการปรับเปลี่ยน Riding Mode ถึง 3 รูปแบบเพื่อตอบโจทย์ในทุก การเดินทาง สำหรับ Ducati Scrambler 1100 ราคาอยู่ที่ 559,900 บาท

Ducati Scrambler 1100 Special การออกแบบรถคลาสสิคแบบร่วมสมัยที่มีความสง่างามและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของล้อซี่ลวดสีดำ มาพร้อมกับถัง น้ำมันสี”Custom Gray” เพิ่มรายละเอียดตรงแผงด้านข้างถังด้วยแผ่นอะลูมิเนียม ติดตั้งแฮนบาร์แบบต่ำที่มีความ กว้างเน้นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและกระบอกโช้คหน้าอโนไดซ์สีทองเพิ่มความเป็นสปอร์ตให้แก่ตัวรถ ปิดท้ายด้วยสวิง อาร์มที่มาพร้อมกับลวดลายที่ให้อารมณ์รถ Custom ได้อย่างชัดเจน สำหรับ Ducati Scrambler Special 1100 ราคาอยู่ที่ 599,900 บาท

Ducati Scrambler 1100 Sport ได้รับอิทธิพลในการปรับแต่งมาจาก “Muscle Bike” Scrambler 1100 Sport ได้สะท้อนบุคลิกที่ดูสปอร์ตบนท้องถนน อย่างชัดเจน ด้วยสี “Viper Black” โทนสีด้านตัดด้วยแถบสีเหลืองเดินเส้นคู่บนถังน้ำมัน มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของโช้คหน้าระดับโลกอย่าง Öhlins ทั้งด้านหน้าและหลัง ตอกย้ำความเป็นรถสปอร์ตได้อย่างชัดเจน สำหรับ Ducati Scrambler Special 1100 Sport ราคาอยู่ที่ 609,900 บาท

 

โดยรวมแล้ว รถคันนี้ เหมาะกับผู้ขับขี่ที่ต้องการรถที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย และไม่เหนื่อยกับการเดินทางครับ  มิติรถและท่านั่งนั้น เหมาะสมทั้งกับการขับขี่ในเมือง  และออกต่างจังหวัดก็สามารถไปได้สบายๆ ถือเป็นรถที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน ไม่ต้องจอดยาวรอออกทริปเหมือนรถทัวร์ริ่งรุ่นใหญ่ครับ  เครื่องยนต์มีพละกำลังเหลือเฟือ   และที่สนุกไปกว่านั้นคือ รถScrambler สามารถตกแต่งของแต่งได้มากมายเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวของตัวเอง   ถือว่าเป็นรถอีกรุ่นนึงที่น่าสนใจ จะเป็นมือใหม่พึ่งซื้อ หรือมือเก่าซื้อเก็บหารถขี่สบายๆสักคัน ก็เหมาะสมมากครับ

ยังไงอย่าลืมไปทดลองขับขี่ได้ครับ ที่ศูนย์บริการดูคาติทั่วประเทศครับ

 

และสุดท้าย ต้องขอบคุณ ดูคาติ ไทยแลนด์ ที่เชิญผมไปร่วมทดสอบรถDucati Scrambler 1100 ด้วยครับ

#RIDEBIGGER

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *