รถสปอร์ทสำหรับทุกจังหวะชีวิต : DUCATI SUPERSPORT

ให้ทุกวันธรรมดา เป็นวันพิเศษเสมอ ไปกับคำจำกัดความที่ว่า “Everyday Extraordinary” ดูคาติได้คิดค้นพัฒนารถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถที่ใช้งานง่าย ได้ทั้งความสปอร์ทเร้าใจ แต่ก็ขี่ไม่เมื่อย ใช้งานได้หลากหลาย ใช้งานได้ทุกวัน ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของการกลับมาอีกครั้งของ Ducati SuperSport ครับ

 

 

สำหรับ Ducati SuperSport ในปีนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในรถที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ใช้บิ๊กไบค์เป็นจำนวนมากครับ ตั้งแต่งานเปิดตัวที่ EICMA เมื่อปลายปี 2016 ที่ผ่านมา และมีการนำรถตัวจริงเข้ามาให้ได้ยลโฉมความงามในไทย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 เมื่อต้นปี แต่ทางดูคาติไทยแลนด์เองก็ยังไม่เคาะราคาขายที่แน่นอน เก็บไว้ให้ผู้ที่สนใจคาดเดาไปต่าง ๆ นานา โดยบอกไว้เพียงแค่ว่า “ไม่เกิน 7 แสนบาท”  และแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางดูคาติไทยแลนด์ก็ได้ประกาศราคาขายรถรุ่นนี้ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยราคาเริ่มต้นนั้นอยู่ที่ 559,000 บาท เท่านั้นครับ

ทางทีมงาน Ducati Bikers Thailand เอง ต้องขอขอบคุณ Ducati Thailand อีกครั้งครับ ที่ให้เกียรติทีมงานได้เข้าร่วมทดสอบขับขี่รถรุ่นใหม่นี้ โดยสเปครถที่ได้มาทดสอบนั้นคือ Ducati SuperSport S ซึ่งเป็นสเปคกลาง จากทั้งหมด 4 สเปคที่เปิดวางจำหน่ายในไทยนะครับ คือ ได้โช้ค Ohlins และ  Ducati Quick Shift (DQS)  แต่ยังไม่ได้ท่อติดมาด้วยนะครับ สเปคนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนที่อยากใส่ท่อรุ่นอื่นต่อไป จะได้ไม่ต้องซื้อท่อแต่งเทอมิโนนิมาให้เสียเวลาขายต่อนะครับ

สำหรับราคาจำหน่าย Ducati SuperSport ในไทย เป็นดังนี้ครับ

SuperSport        Red     559,000 บาท ดาวน์ 25% 139,750 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport  S    Red     699,000 บาท ดาวน์  25% 174,750 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport   S   White   709,000 บาท ดาวน์ 25% 177,250 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport  S Performance Red      758,900 บาท ดาวน์ 25% 189,725 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport  S Performance White   768,900 บาท ดาวน์ 25% 192,225 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport   S Race  Red      788,900 บาท ดาวน์ 25% 197,225 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport   S Race  White   798,900 บาท ดาวน์ 25% 199,750 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

คล่องตัวแม้ยามเข็น โดดเด่นทุกสายตา (ฮา)

โดยในครั้งนี้ ผมจะขอแบ่งหัวข้อการรีวิว เพื่อความชัดเจนในการทำความเข้าใจดังนี้ครับ
: รูปลักษณ์โดยทั่วไป และมิติรถเมื่อเทียบกับคนขี่
: เทคโนโลยีตัวรถใหม่ๆ
: การขับขี่จริงช่วงรถติด/ช่วงถนนโล่ง
: อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
: ค่าบำรุงรักษา และระยะการเข้าเซอร์วิส
: ความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับราคา
: สรุปความรู้สึกสุดท้าย

SPECIFICATIONS
ชนิดเครื่องยนต์ Liquid-cooled V-twin
ความจุกระบอกสูบ 937cc
ความสูงเบาะ 810 mm
ความจุถังน้ำมัน 16 L
น้ำหนักรถ 210 Kg (Wet)
ราคาเริ่มต้น 559,900 Baht

คลิปขับขี่ทดสอบ Ducati SuperSport S

รูปลักษณ์โดยทั่วไป 

สำหรับภาพรวมของรถก็เป็นอย่างที่หลายท่านทราบดี ว่าด้วยทรงแล้ว จะเป็นทรงรถแบบสปอร์ท แต่หากพิจารณาถึงแต่ละส่วนแล้วจะออกแนวทัวร์ริ่ง หรือเน็คเก็ต ไม่ได้ได้สปอร์ทจ๋า ก้มขี่ ขาหนีบถังเต็มที่เหมือนดัง Ducati Panigale ครับ ด้วยท่านั่งที่ปรับทั้งพักเท้า และ องศาแฮนด์บาร์ให้ไม่ก้มมากนัก เพื่อความสบายในการขับขี่รถระยะไกลที่มากขึ้น

  • ภาพขวาบน – ตำแหน่งแฮนด์บาร์ท่ไม่เตี้ยจนเกินไป ทำให้นั่งได้สบายขึ้น และหน้าจอแสดงผลที่ยกขึ้นมาสูงกว่าเดิมอีก 50 mm เพื่อให้สอดรับกับท่านั่ง มองเห็นได้ชัดเจน
  • ภาพขวาล่าง – อีกหนึ่งจุดเด่นของรถรุ่นนี้ กับชิลด์บังลมหน้าที่ปรับระดับได้ 50 mm เช่นกัน โดยจากการทดสอบสามารถปรับระหว่างขับขี่อยู่ได้ครับ แต่ควรขี่ความเร็วไม่สูงมากนัก

เครื่องยนต์ของตัว Supersport เป็นเครื่องยนต์ 2 สูบ L-Twin Testastretta 11° 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มาพร้อมพิกัดความจุ 937 ซีซี ซึ่งยกมาจาก Ducati Hypermotard 939 มาตรฐาน Euro4 ให้กำลังสูงสุด 113 แรงม้าที่ 9,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 96.7 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที ถังน้ำมันมีขนาดความจุ 16 ลิตร โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 17 กิโลเมตร/ลิตร

  • ภาพซ้ายบน – ระบบ Ducati Quick Shift (DQS) ทั้งขึ้น – ลง ที่ติดมาให้กับตัวรถในรุ่น S เพิ่มความสะดวก และความสนุกในการขับขี่เป็นอย่างมากจนคุณแทบจะลืมวิธีการขับขี่แบบเดิมๆไปเลย
  • ภาพซ้ายล่าง – เฟรมถัก Tubular steel Trellis frame แบบเดียวกับในรถรุ่น Ducati monster 821
  • ภาพขวา ยาง Pirelli Diablo Rosso III ยางหน้า ขนาด 120/70 และยางหลัง ขนาด 180/55
อีกหนึ่งจุดเด่นที่รถคันนี้มอบให้กับเจ้าของในราคาเริ่มต้นที่ ห้าแสนกลาง ๆ นั่นก็คือ ล้อหลังแบบ single-sided swingarm ซึ่งถือว่าสำหรับดูคาติแล้ว นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่หลายคนอยากมีไว้ในครอบครองครับ โดยเป็นล้ออัลลอย แบบ 3 ก้าน แยกปลายรูปแบบ Y shaped ด้านหน้าขนาด ขนาด 3.5×17 นิ้ว และด้านหลังขนาด 5.5×17 นิ้ว  และส่วนดิสก์เบรกหลักเป็นแบบดิสก์เดี่ยวขนาด 245 mm ติดตั้งคาลิปเปอร์ Brembo HP แบบ 2 ลูกสูบ ทำงานร่วมกับระบบ ABS

 

สำหรับในเรื่องของช่วงล่าง และระบบกันสะเทือนนั้น ในรุ่นธรรมดา จะใช้โช็คของ Marzocchi และ Sachs ส่วนในรุ่นของ Supersport S ที่ทางทีมงานได้มาทดสอบในครั้งนี้ จะใช้โช้คทั้งหน้าและหลังเป็นของ Ohlins ทั้งหมด โดยด้านหน้าเป็นโช้คupside down ขนาดแกน 48 mm. ปรับระยะยุบได้ ส่วนโช้คหลัง เป็นแบบโมโนช้อคปรับระดับได้

  • ภาพซ้ายล่าง – หม้อน้ำและท่อน้ำขนาดใหญ่ ระบายควาร้อนเครื่องได้เสถียร และลดความร้อนสะสมได้ดี การใช้งานในเมืองเมื่อรถติด ความร้อนสูงพัดลมทำงาน จะทำให้เครื่องไม่ร้อนมากครับ (แต่ลมร้อนที่พัดเข้าสู่ผู้ขับขี่ ต้องขยับหลบสักนิดนึงเป็นดี)
  • ภาพขวาบน – โช้ค Ohlins ด้านหน้า ปรับระดับได้ ขนาด  48mm
  • ภาพขวาล่าง – โช้ค Ohlins ด้นหลังแบบโมโนช้อคปรับระดับได้ ยึดกับ อลูมิเนียม single-sided swingarm

สำหรับระบบเบรกนั้น ดิสก์หน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ แบบ semi-floating discs ขนาดจาน 320 mm พร้อมกับคาลิปเปอร์คู่ขวัญของดูคาตินั่นคือ Brembo แบบ เรเดียล เมาท์ M4-32 ขนาด 4 ลูกสูบ ทำงานร่วมกับกับระบบ ABS ที่ติดให้เป็นมาตรฐานทุกคัน ในส่วนของระบบเบรกหลังนั้นเป็น ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 mm ติดตั้งคาลิปเปอร์ Brembo HP แบบ 2 ลูกสูบ ทำงานร่วมกับระบบ ABS เช่นกัน รวมถึงยังให้ระบบ  Riding Modes, Power Modes และ Ducati Safety Pack ระบบควบคุมคันเร่งด้วยไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่ให้กับผู้ใช้งาน

ใต้เบาะเรียบง่าย ค่อนข้างโล่ง มีหัวเสียบ USB ติดมาไว้ให้สำหรับต่อพ่วงสายไปชาร์ตมือถือ หรือ GPS ได้นะครับ

มิติรถเมื่อเทียบกับผู้ขับขี่

ความสูงเบาะรถรุ่นนี้อยู่ที่ 810 มิลลิเมตร ส่วนตัวผู้ขับขี่ สูง 174 เซ็นติเมตร น้ำหนัก 81 กิโลกรัม ครับ

จากภาพที่เห็นทั้ง 4 ด้าน ต้องขอบอกว่า วางเท้าได้เต็มเท้าดีครับ นั่งขับขี่สบายด้วยความมั่นใจ กับน้ำหนักรถขนาด 210 กิโลกรัม(รวมของเหลว) ถือว่าไม่หนักมาก มีความคล่องตัวสูงในเมืองและมั่นใจในการลัดเลาะไปตามจราจรที่ติดขัดครับ

ถามคนซ้อนแล้วนั่งสบาย ไม่เมื่อยครับ คนซ้อนเคยนั่งมาหลายรุ่นแล้ว (ขออภัยไม่ได้ถอดครอบเบาะเพราะกำลังจะไปคืนศูนย์ แต่อยากถ่ายเก็บไว้ใหห้ชมท่านั่งครับ ) จริง ๆแล้วตอนเดินทางกลางคืน ถอดครอบเบาะออกเทสเรียบร้อย ถือว่าผ่านครับ ไม่เมื่อย

เทคโนโลยีตัวรถใหม่ๆ

สำหรับDucati SuperSport นั้น มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ใส่เข้ามาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวรถรุ่น S ดังนี้ครับ

ไฟ DRL (Day Time Running Light)

สำหรับไฟหน้า DRL นั้น ในตอนที่เห็นจากรูปถ่ายต่าง ๆ ทางผู้เขียนเองยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้จนมีโอกาสได้ทดสอบจึงเข้าใจครับ ว่านอกจากจะได้ความสวยงามแล้ว ยังมีประโยชน์เป็นอย่างมาก นั่นคือเวลาสตาร์ทรถนั้น ระบบจะปรับไฟหน้าให้เป็นแบบ DRL ครับ (สามารถตั้งออโต้ได้) สำหรับไฟ DRL นั้นจะเป็นไฟเม็ดLED สีขาว ที่ส่องสว่างในเวลากลางวัน แต่เมื่อถึงเวลากลางคืน เราสามารถกดปุ่มปรับเป็นไฟหน้าส่องกลางคืนปกติได้ ซึ่งจะให้ระยะการส่องสว่างที่ลึก และมองได้ไกลกว่าครับ

ไฟ DRL สีขาว สวยงาม และใช้ประโยชน์ได้ดีมาก

  • ภาพใหญ่ซ้าย – สัญลักษณ์ไฟหน้าสีเขียว ถ้าติดอยู่แสดงว่ากำลังใช้โหมด DRL
  • ภาพขวาา – ปุ่มกดปรับเปลี่ยนระหว่างไฟ DRL กับไฟหน้าปกติ ที่ประกับคันเร่งด้านขวามือ

การขับขี่จริงช่วงรถติด/ช่วงถนนโล่ง

 

ช่วงการจราจรติดขัด – โดดเด่น คล่องตัว มุดไว

สำหรับการขับขี่เจ้า Ducati Supersport ในช่วงการจราจรหนาแน่นในเมืองนั้น ผมคิดว่าถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของรถรุ่นนี้นะครับ เพราะเค้าออกแบบมาให้ขี่ง่าย ใช้ได้ทุกวัน ดังนั้น ก็ต้องตอบโจทย์เรื่องการขับขี่ในเมืองใหญ่ด้วยเช่นกัน ซึ่งแน่นอนครับว่า ถ้ารถสามารถผ่านด่านทดสอบขี่มุดในเมืองที่รถติดหนัก ๆ อย่างกรุงเทพมหานครได้ ผมว่าจะเอาไปใช้ที่ไหนในโลกนี้ก็ได้แล้วละครับ (ฮา)

 

ช่วงการขับขี่ในการจราจรที่ติดขัด รถมีความคล่องตัวสูง

โดยในเส้นทางที่ผมใช้ขับขี่ไปทดสอบความคล่องตัวของรถในช่วงการจราจรติดขัดนั้น คือ จากรัชวิภา มุ่งหน้าผ่านแยกรัชโยธิน ซึ่งวันที่ทดสอบนั้น มีการทุบสะพานข้ามแยกดังกล่าวทิ้งเพื่อสร้างรถไฟฟ้านะครับ ทำให้มีรถสะสมหนาแน่นทุกวัน แทบจะตลอดเวลา ใครไม่จำเป็น ไม่ขับรถผ่านกันแน่นอนครับ เส้นทางนี้

ผลการทดสอบ รถสามารถมุดผ่านได้เรื่อย ๆ ไม่มีติดขัดจนไปถึงสี่แยกนะครับ ตัวรถถือว่ามีความคล่องตัวสูงมากครับ โยกหลบรถ และมุดไปตามช่องต่าง ๆ ตามรถมอเตอร์ไซค์คันหน้าไปได้เรื่อย ๆ จะมีต้องระวังบ้างก็คงหนีไม่พ้นกระจกมองข้างครับ แต่ด้วยน้ำหนักรถที่เบาและจุดศูนย์ถ่วงต่ำ บวกกับเบาะที่ไม่สูงมากทำให้วางเท้าได้เต็มเท้า ทำให้การโยกรถหลบกระจกข้างของรถยนต์ หรือเอียงรถเพื่อเพื่อองศาการเลี้ยวนั้น มีความมั่นคงและสร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ได้ดีมากครับ

สามารถติดตามดูคลิปการขับขี่ในช่วงการจราจรหนาแน่นได้จากคลิปนี้เริ่มต้นที่ นาทีที่ 5:30 นะครับ
คลิปทดสอบการขับขี่ Ducati SuperSport S

ช่วงถนนโล่ง(ยามค่ำคืน) – หล่อเหลา ดั่งเจ้าชายแห่งรัตติกาล

รถคันนี้ได้มีโอกาสทดสอบการขับขี่ตอนกลางคืนด้วยครับ โดยเราไปกันที่ย่านการค้า ถนนเยาวราช และไปทานข้าวที่นั่น  ซึ่งการขี่ไปกลางคืน เยาวราชรถติดมากครับ รถคันนี้ยังคงมุดผ่านไปได้เรื่อยๆ ครับ แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือ ถ้าเจอรถติดหนัก ๆ จนต้องจอดรอนั้น ลมร้อนที่พัดระบายออกมาจากหม้อน้ำและห้องเครื่องจะสะสมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผมเอง ต้องบิดขาออกมาวางนอกตัวรถหลบความร้อนครับ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิกของแต่ละท่านนะครับ^^

รถเบา เข็นง่าย เข็นข้ามถนนสบายๆ ไม่ร้อนด้วยครับ อิอิ
จอดตรงไหน ก็ดูดีครับ ได้ทั้งลุคสปอร์ท ผสมการขับขี่ที่สบายขึ้น ระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ จัดมาให้อย่างเต็ม ๆ
ชุด KIT กระเป๋าข้าง แบบเคสแข็ง สำหรับทุกการเดินทางไกล แม้ทรงจะสปอร์ท แต่เราก็พกสัมภาระไปได้สบายๆให้เพื่อนอิจฉาเล่นๆ

อัตราการบริโภคน้ำมัน

ถังน้ำมันขนาดกระทัดรัดไม่ใหญ่มาก ความจุที่ 16 ลิตร

จากการทดสอบในเมืองที่รถติด ๆ และต้องมุดไปมาตลอดเวลา รถคันนี้ ทำได้ที่ประมาณ 14 กิโลเมตร/ลิตร

ในขณะที่ทางโล่ง ๆ นอกเมือง ที่รถโล่ง วิ่งที่ความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่เกียร์ 6 อัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 18 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าถ้าวิ่งออกต่างจังหวัด ถังน้ำมัน 1 ถัง ถ้าใช้เต็ม ๆ จะวิ่งได้ประมาณ 280 กิโลเมตร  แต่สำหรับการออกทริป ปกติ ขี่ไปประมาณ 220 กิโลเมตรก็พร้อมจะพักผ่อนดื่นน้ำกันแล้ว ถือว่าคล่องตัวในการใช้งาน และขนาดถังน้ำมันที่ให้มาก็ไม่ได้เป็นภาระต้องเติมน้ำมันบ่อย ๆ ให้เสียเวลาเพื่อนร่วมทริปนะครับ

ขี่ในเมืองกินน้ำมันอยู่ที่ 14 กิโลเมตรต่อลิตร

 ค่าบำรุงรักษา และระยะการเข้าเซอร์วิส

สำหรับค่าบำรุงรักษา และระยะเวลาการเข้าเซอร์วิสของรถคันนี้นั้น ได้รับการปรับเป็นราคาใหม่ และระยะเวลาใหม่แล้ว ดังตารางนี้ครับ

สำหรับใครที่คิดว่าระยะทางระหว่าง 1000 กิโลเมตรแรก กับ ระยะเช็คที่2 ที่ 15,000 กิโลเมตร นั้น มันห่างกันเกินไป ก็สามารถเข้าไปใช้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก่อนได้นะครับ ไม่ว่ากัน

ความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับราคา

สำหรับหัวข้อนี้ ผมขออนุญาตแยกเป็นสองรุ่นครับ คือ Ducati SuperSport และ Ducati SuperSport S

สำหรับตัวเริ่มต้น  Ducati SuperSport นั้น ดูคาติ เปิดราคาจำหน่ายอยู่ที่ 559,000 บาท

ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 559,000 บาท

ราคาอยู่ที่ ห้าแสนกลาง ๆ สำหรับภาพรวมของรถดูคาติที่จำหน่ายในปัจจุบัน ถือว่า ราคาไม่แพง และค่อนไปทางราคาถูกด้วยนะครับ( เราจะไม่เทียบกับยี่ห้ออื่นนะครับ)

  • ได้ single-sided swingarm หรือที่หลายๆ คนเรียกกันติดปากว่า โปรอาร์ม คือแขนอาร์มเดี่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ และแสดงถึงความแตกต่างจากรถยี่ห้ออื่นเป็นอย่างมากนะครับ หลายๆคนที่สนใจในตัวดูคาตินั้น ผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อย อยากได้อาร์มเดี่ยวกันทั้งนั้น
  • เครื่องยนต์ 937 cc. 113 แรงม้า เรียกได้ว่าเกือบจะ 1000 cc แล้วนะครับ
  • ท่อออกข้าง
  • ใช้งานได้หลากหลายทั้งในเมืองและออกทริปต่างจังหวัด

สำหรับ Ducati SuperSport S นั้น ดูคาติ เปิดราคาจำหน่ายอยู่ที่ 699,000 บาท

    ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 699,000 บาท

ในส่วนของตัว S นั้น กับราคาที่เพิ่มจากรุ่นเริ่มต้น โดยมีส่วนต่างอยู่ที่ 140,000 บาท  และสิ่งที่ได้มา นั้นคือ

  • มีระบบ DQS ควิกชิฟทั้งงัดขึ้นและกดลง ที่จะทำให้ทุกการขับขี่สนุกสุดยอดตลอดเวลา ชีวิตเปลี่ยนไปแน่นอน
  • โช้ค Ohlins ทั้งด้านหน้า – ด้านหลัง เซ็ตช่วงล่างมาอย่างดี ทดสอบเข้าโค้งแล้วเนียน นุ่ม มั่นใจมากๆ
  • สีขาว ล้อแดง ที่หลายๆคนก็ชอบนะครับ
  • ครอบเบาะหลัง(ตูดมด) มีมาให้เลยเฉพาะตัว S ขึ้นไป

หลายท่านที่ได้คุยกับผมบอกว่าไม่ได้สนใจระบบ DQS กับโช้ค Ohlins นัก เพราะต้องเพิ่มราคามากพอสมควร จริง ๆ ก็ต้องถือว่าตามกำลังทรัพย์แต่ละท่านครับ เราไม่ก้าวล่วงกัน เพียงแต่ผมเชื่อว่าถ้าเกิดเพื่อนๆ ได้ลองระบบ DQS แล้ว เชื่อเหลือเกินว่า จะหลงรักระบบนี้ขึ้นอีกมากเลยครับ

สรุปความรู้สึกสุดท้าย

หากเปรียบรถคันนี้เป็นหญิงสาวสักคน เธอคนนั้นก็น่าจะเป็นคนที่มีเสน่ห์ ชอบสร้างรอยยิ้ม และทำให้ทุก ๆ วันของเรามีแต่ความสนุก พร้อมจะลุยเที่ยวและผจญภัยไปกับเรา

หลังจากที่ผมได้รับรถ Ducati SuperSport S คันนี้ มาทดสอบอยู่ 3 วัน ทั้งขี่ทางไกล ขับขี่ในเมือง และขี่ยามค่ำคืนในเมือง แถมฝนตกอีกตังหาก ต้องขอบอกความรู้สึกว่า รถคันนี้มีขนาดกระทัดรัด คล่องตัวมาก ทั้งน้ำหนักที่กำลังพอดี ความสูงของรถที่พอดี แถมด้วยความเหนือชั้นกับระบบโดดเด่นมากมายที่ให้มากับตัวรถ ผมว่าถ้าคุณหารถสักคันที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องสมรรถนะ ช่วงล่าง ท่านั่ง การเดินทางในเมือง และการเดินทางไกล มีกระเป๋าข้างตรงรุ่นสวย ๆ ให้อีกตังหาก   … ครบซะขนาดนี้ กับราคาไม่ถึง 7 แสน ได้โช้คOhlins และ Ducati Quick Shift ด้วย   ไม่เลือกซื้อไว้เป็นเจ้าของก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วครับ

บางคนบอกว่ารถรุ่นนี้หน้าแปลก สำหรับผม รถรุ่นนี้ หล่อ และคุ้มค่ากับการใช้งานจริงๆ ดูคาติออกแบบมาได้ตรงกับคอนเซ็ปครบรอบด้านครับ

มาทวนราคากันอีกสักที  สนใจทดลองขับขี่ Ducati SuperSport ตอนนี้เค้าเปิดให้บุคคลทั่วไปทดลองขับขี่ได้แล้วนะครับ พกหมวกกันน็อค กับใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปด้วย ติดต่อศูนย์บริการ Ducati ใกล้บ้านทั่วประเทศได้เลยนะครับ

สำหรับราคาจำหน่าย Ducati SuperSport ในไทย เป็นดังนี้ครับ

SuperSport        Red     559,000 บาท ดาวน์ 25% 139,750 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport  S    Red     699,000 บาท ดาวน์  25% 174,750 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport   S   White   709,000 บาท ดาวน์ 25% 177,250 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport  S Performance Red      758,900 บาท ดาวน์ 25% 189,725 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport  S Performance White   768,900 บาท ดาวน์ 25% 192,225 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport   S Race  Red      788,900 บาท ดาวน์ 25% 197,225 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

SuperSport   S Race  White   798,900 บาท ดาวน์ 25% 199,750 บาท ดอกเบี้ย 4.9%

 

อย่าลืม !! หลังจากอ่านบทความแล้ว ติดตามคลิปวิดีโอกันได้นะครับ กดติดตามสำหรับการแจ้งเตือนคลิปถัดๆไปได้นะครับ

เพื่อน ๆ สามารถติชมทั้งกระทู้รีวิวนี้ และคลิปวิดีโอได้ที่ช่องคอมเม็นต์ด้านล่างบทความนี้นะครับ ยินดีรับฟัง หรืออยากถามคำถามใด ๆ เรียนเชิญนะครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ

Perfect Sportbike For The Common Ride นี่ละครับ ใช่เลย ..เป็นรถสปอร์ทที่สมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานขับขี่ได้ทุกวันสมชื่อครับ

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *