ผู้เขียน หัวข้อ: เคลือบแก้ว กับบิกไบค์ จำเป็นไหม ทดสอบจริงตรงๆ กับ TPS  (อ่าน 19944 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ WEBMASTER(กอล์ฟฟี่)

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 5787
  • Moto GP point: +169/-8
สวัสดีเพื่อนๆทุกท่านนะครับ mon43 หลายท่าน ที่ผ่านมาเวลานำรถไปล้าง คงเคยเห็นว่าตามสถานที่ล้างรถจะมีการขายผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วร่วมอยู่ด้วย  เคยคิดสงสัยเหมือนผมไหมครับ ว่าเคลือบแก้วกับมอเตอร์ไซค์ มันจำเป็นขนาดไหนกันเชียว  หรือ ล้างเอง และซื้อแว็กซ์ มาเคลือบ มันก็สะอาดได้เหมือนกัน




ผมเอง ที่ผ่านมาใช้รถมาหลายคัน ยังไม่เคยมีความคิดจะไปเคลือบแก้วนะครับ เพราะผมล้างเอง และเคลือบชุดสีด้วยแว็กเองได้  มันก็เงา ลื่น วาวดีครับ เป็นที่พอใจ

แต่ในวันนึง  ที่ทาง TPS เชิญผมให้ไปลองใช้บริการดู  โดยน้ำยาที่จะลงเคลือบนั้น อยู่ได้ถึง 6 เดือน เลยทีเดียว .... มาครับ ผมจะเล่าให้ฟังครับ ว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง

อย่างแรก ที่หลายท่านอาจกำลังจะคิด (เหมือนผมก่อนไป) คือ  กับราคาหลายพัน เทียบกับพื้นที่ชุดสีรถ ที่มีไม่เยอะ มันจะคุ้มค่าหรือ  แต่เมื่อผมได้้ไปเจอพี่โจ เจ้าของ TPS ก็ทำให้ผมกระจ่างครับ ว่า ความจริงแล้ว  น้ำยา สำหรับเคลือบมอเตอร์ไซค์นั้น ไม่ได้มีแค่น้ำยาบนชุดสี  แต่ มันยังมี น้ำยา สำหรับเคลือบโลหะ  เฟรมถักต่างๆ ,น้ำยาเคลือบพลาสติดใส พวกชิลด์บังลมหน้า  และน้ำยาสำหรับเคลือบ พลาสติกดำด้าน  ซึ่งสามารถ เลือกได้ ว่าจะให้ด้าน แบบเดิมๆ  หรือ ดำด้านแบบเงา ๆ  (ซึ่งผมเองเลือก ดำด้านแบบเงาๆครับ)

สรุปง่าย ๆ ว่า มอเตอร์ไซค์ที่ขี่เข้าไปเคลือบนั้น   จะโดนเคลือบทุกจุดครับ ไม่ใช่เฉพาะชุดสีนะครับ



ระยะเวลาการเคลือบนั้น ขอบอกว่า ตกใจมากครับ   ผมเองนึกว่าเคลือบแก้ว คงประมาณสามชั่วโมง ก็น่าจะเสร็จ (ความรู้น้อยไป mon6) เอาเข้าจริง ๆ  สรุปว่า ต้องใช้เวลา 8 ชั่วโมงครับ   mon19  ผมเลยทิ้งรถไว้เลย อีกวันค่อยมาเอา  เพราะอยากให้ทำ ถอดน็อต เช็ดล้าง อบ ให้ละเอียดเต็มที่ ไม่เร่งเวลาครับ



โดยการเคลือบนั้น ทาง TS แจ้งไว้ว่า มีสามชั้นฟิลม์ครับ  คือ  ชั้นเคลือบป้องกันน้ำเกาะ และชั้นเคลือบแก้วSilica Glass Coat ห่อหุ้มผิวสีรถ
ส่วนชั้นบนสุด จะเป็น Silicon resin coat ทำให้รถมีสีที่เข้มขึ้น ลึกขึ้นมีมิติ แข็งแรงสุดและเงางามที่สุด ดูสวยโดดเด่นสะดุดตา
และด้วยส่วนผสมของสาร inorganic จะช่วยปกป้องสิ่งสกปรกและสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายจากแสงแดด ความร้อนและอื่นๆไม่ให้เกาะติดผิวสีรถ
พร้อมทั้งรักษาสีรถให้เงางามเหมือนรถใหม่อยู่เสมอ

เมื่อถึงเวลารับรถ  สัมผัสแรก ที่ได้ลองลูบๆคลำ ๆ  คือ รถสะอาด ไม่มีฝุ่นครับ   แต่เมื่อลูบ จะไม่ได้ลื่นพรื้ด เหมือนเวลาเราลงแว็กเอง นะครับ



และที่ผมสะดุดตา และแปลกใจที่สุด  ก็คงเห็นจะเป็นที่ชิลด์บังลมหน้าครับ  ด้วยความที่เป็นพลาสติกใส  พอผ่านการใช้งานมาเป็นหมื่นกิโล มันจะขุ่นๆมัวๆครับ ล้างน้ำยังไง ก็ไม่ออกแล้ว มีรอยขนแมว เป็นวงๆ ขีดๆเล็กๆ เยอะมาก   แต่ที่ผมกำลังส่องตอนนี้  มันเหมือนของใหม่ ที่พึ่งออกจากศูนย์  ใสกิ้ง ไม่น่าเชื่อครับ mon57



เคลือบหมวกแถมกันไป mon57

และอีกสิ่งที่รู้สึกได้คือ  รู้สึกว่ามีฟิลม์หนาๆ เงาๆ เคลือบเกาะที่ชุดสีครับ  อันนี้รู้สึกได้ครับ ว่ามันดูวาวๆ แก้วๆแข็งๆ ครับ ฮ่าๆ ต้องมาส่องเอง จะเข้าใจ



และพอวันรุ่งขึ้น ผมก็ได้นำรถไปออกทริป ซึงต้องลุยฝุ่น ลุยทางลูกรัง เข้าไปในป่า ด้วยครับ  ซึ่งก็ได้ทดสอบชุดสี เต็มๆ เวลารถเลอะฝุ่น ผมลองเอาน้ำราดและเช็ดดู  ฝุ่นออกได้ง่ายมากครับ  รู้สึกได้เลย

พอกลับมาถึงบ้าน  ผมก็ลองล้างรถดูครับ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเคลือบแก้ว  เมื่อนำรถมาล้าง  สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนกว่าแต่ก่อน คือ  น้ำมันไม่ค่อยอยากจะเกาะชุดสีครับ



คือ มันจะตั้งเป็นเม็ด ๆสูงๆ ห่างๆจากกัน ไม่ละลายไปกับชุดสีครับ mon57 และชั้นฟิลม์ก็ช่วยปกป้องเศษกรวดเล็กๆที่กระเด็นมาโดนชุดสีไม่ให้เป็นรอยด้วยครับ

และเมื่อผมก้มล้างช่วงบังโคลนหน้า ก็เห็นได้ว่าฝุ่นเกาะลดลง  ล้างรถง่ายขึ้นมากครับ abc36 ลงแชมพูก็ลื่นๆ ฝุ่นเกาะน้อย  ชุดสีดำด้านก็ล้างง่ายขึ้นเช่นกัน  และที่สำคัญ ชิลด์บังลมหน้า  ใสมากครับ ถูกใจมากๆในตอนนั้น   

ผมเองก็คิดนะครับว่า จากประสบการณ์ที่เจอมา มันคุ้มไหมกับการเคลือบแก้วรถของเรา   ถามว่ารักมันไหม อยากให้มันดูสวยเงางามไหม ต้องขอตอบว่า อยากให้เงางามตลอดเวลาครับ    มาถึงตรงนี้ผมจะสรุปข้อดี ข้อเสียให้ฟังกันนะครับ

ข้อดี
1. ล้างรถง่ายขึ้นมากครับ
2. ฝุ่นและน้ำเกาะรถน้อยลง
3. น้ำยาอยู่ได้นาน 6 เดือน
4. เคลือบแก้ว สร้างฟิลม์ป้องกันชุดสี จากเศษกรวดกระเด็นใส่
5. มีน้ำยาเคลือบโลหะให้เงา และเคลือบชุดพลาสติดด้านให้ดำเงาสวยดีครับ

ข้อเสีย
1. ใช้เวลาเคลือบนานอยู่ครับ
2. ราคาเคลือบต่อครั้ง ร้านทั่วๆไป หลักครึ่งหมื่นครับ
3. ไม่ได้อยู่ถาวรเหมือนติดสติ๊กเกอร์กันรอย  6 เดือนต้องเคลือบใหม่



มาถึงตรงนี้ .. ถามใจผมเอง ว่า เมื่อครบ 6 เดือน ยังอยากนำรถไปเคลือบแก้วไหม

ผมขอตอบได้เลยครับ ว่า สิ่งที่ได้มา มันเปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้ผมมาก และผมจะไปเคลือบอีกแน่ๆครับ เมื่อถึงเวลา  ชอบครับ ผมเองไม่ใช่คนล้างรถบ่อย ไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เคลือบรถด้วยตัวเองเยอะๆทุกสัปดาห์   เคลือบแก้วก็ช่วยดูแลชุดสีให้มันใหม่และเป็นรอยน้อยลงจริงๆ ผมชอบตรงนี้ครับ

ส่วนเพื่อนๆที่อ่านมาถึงจุดนี้  ก็ต้องชั่งใจดูครับ ว่าการเคลือบแก้วมันตอบโจทก์สิ่งที่เพื่อนๆกำลังหา สำหรับรถที่คุณรักหรือไม่ สำหรับผม มันใช่ครับ mon57
ขอบคุณที่อ่านมาถึงจุดนี้นะครับ




.............
ข้อความข้างล่างนี้ เป็นราคาค่าเคลือบแก้วรถ Bigbike ของร้านTPS ซึ่งขอบอกว่าที่ผมจะไปทำอีก เพราะราคาออกมาคุ้มมากครับ แต่ผมไม่ลงแต่แรก เพราะอยากรีวิวการเคลือบแก้วตรงๆ ก่อน  ส่วนอันนี้ ผมคิดว่ามันถูกและดีมาก ก็มาบอกกันนะครับ

คือ  ราคาที่ร้านตั้งไว้ที่   22000 บาท   เคลือบแก้ว 6 ครั้ง  ระยะเวลา 3 ปี    ง่ายๆคือ ไปเคลือบทุกๆหกเดือนครับ   และแถมถ้าตอนไปซื้อแพ็คเกจ บอกว่ามาจาก คลับ DUCATI BIKERS THAILAND ทางร้าน TPS เค้าจะลดให้อีก 20% ครับ   เหลือ 17600 บาท 

เอา 17600 บาท มาหาร 6 ครั้ง  สรุปว่า ต่อครั้งที่เคลือบแก้ว จะอยู่ที่ราคาแค่ 2900 บาท  เองครับ mon48


บอกตรงๆว่า  ถูกโครตๆ พิเศษเฉพาะคลับเราจริงๆ ครับ ต้องขอบคุณพี่โจ TPS ไว้ด้วยนะครับ

ถ้าใครจะไป แล้วไม่แน่ใจข้อมูล  ไลน์มาถามผมได้นะครับ
Golffy Id Line : diavel1200
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2014, 02:59:48 PM โดย WEBMASTER(กอล์ฟฟี่) »
NEXZTER BIGBIKE PADS BRAKE CLICK ..
https://www.facebook.com/Nexztermoto/

สนใจลงโฆษณา ติดต่อ

โทร.0841433398
LINE ID : diavel1200
http://www.facebook.com/ducatibikersthailand


ออฟไลน์ Columbix

  • วัยช่างฝัน หวังวันควบ2ล้อออกถนน
  • *
  • กระทู้: 1
  • Moto GP point: +0/-0
เคลือบแบบนี้จะอยู่ได้นานเท่าไรครับ